[textile]
ตอนที่ 2 นี้จะพูดถึงหัวข้อนึงซึ่งน่าปวดหัวพอสมควรสำหรับคนที่เิริ่มใช้ LaTeX ใหม่ๆ นั่นคือชนิดของไฟล์รูปภาพ ที่จะเอามาใช้กับ LaTeX ได้ และการเตรียมไฟล์รูปภาพจากโปรแกรมวาดภาพหรือ plot graph ต่างๆ
h2. ภาพแบบ raster และ vector
ก่อนอื่น รูปภาพบนคอมพิวเตอร์นั้นแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือภาพแบบ raster และ vector
ภาพแบบ raster นั้นบางทีก็เรียกกันว่าแบบ bitmap รูปแบบการเก็บข้อมูลของภาพในคอมพิวเตอร์คือแบ่งภาพเป็นตาราง และเก็บข้อมูลว่าแต่ละจุดนั้นมีสีอะไร ตัวอย่างไฟล์ที่เป็นแบบ raster ที่รู้จักกันดีก็เช่น .jpg, .gif, .bmp
ภาพแบบ vector นั้นรูปแบบการเก็บข้อมูลคือจะเก็บเป็นคำอธิบายภาพ เช่น เส้นตรงหนา 1 point จากจุดนี้ ไปอีกจุดนึง หรือ รูปหลายเหลี่ยมที่มีจุดยอดที่จุดต่อไปนี้ ... ไฟล์แบบ vector ก็เช่น .eps, .wmf, หรือ .pdf
ดูตัวอย่างของอย่างเดียวกัน (ในที่นี้คือครึ่งบนของตัวอักษร X) ซึ่งเก็บข้อมูลแบบ raster กับ vector


ทั้งสองรูปนี้ขยายออกเพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนขึ้น จะเห็นว่าในการย่อขยายนั้นไฟล์แบบ vector ยังคงเส้นขอบที่ชัดเจน ทั้งสองรูปนี้ในขนาดปกติดูไม่ต่างกันเลยแม้แต่นิดเดียว
p=. ![]()
แต่ปริมาณข้อมูล คือขนาดของไฟล์ นั้น ภาพแบบ raster ขนาดใหญ่กว่ามาก เพราะในตัวอย่างข้างบน ไฟล์แบบ vector ต้องเก็บตำแหน่งของจุดและเส้นไม่กี่สิบเส้นเท่านั้นเอง ในขณะที่ไฟล์แบบ raster ต้องเก็บข้อมูลสีของแต่ละจุด (pixel) ทั้งหมด ตัวอย่างข้างบนนี้ไฟล์มีขนาด 120 คูณ 48 pixel เท่ากับจำนวนจุด 120 x 48 = 5760 จุด
นอกจากนี้จำนวนข้อมูลสีของแต่ละจุดก็แล้วแต่เราจะเลือก ถ้าเป็นได้เฉพาะขาว หรือ ดำ เท่านั้น ก็ใช้ข้อมูลไม่มาก (1 bit) แต่ถ้าเป็นภาพสี แต่ละจุดก็ต้องใ้ช้ข้อมูลมากขึ้น
h3. สรุป
ให้พยายามใช้ไฟล์แบบ vector ให้มากที่สุดเท่าที่จะใช้ได้ กรณีที่ใช้ได้ก็ เช่น รูปภาพมีเฉพาะตัวอักษร หรือเป็นกราฟ หรือ diagram ที่มีแต่รูปทรงเรขาคณิต สี่เหลี่ยม วงกลม ลูกศร อะไพวกนี้
h3. แล้วใช้ไฟล์แบบ raster เมื่อไหร่ล่ะ?
ในหลายกรณี โดยเฉพาะรูปภาพแบบรูปถ่ายนั้น การเก็บข้อมูลเป็นไฟล์แบบ vector ไม่เหมาะสมเลยแม้แต่นิดเดียว อย่างเช่นรูปปลาทองข้างล่างนี้ จะเก็บข้อมูลเป็น คำอธิบาย ได้ยังไงล่ะ?? คงต้องกำหนดจุด เส้น สี อะไรรวมแล้วเป็นพันๆ จุด ไม่ได้ดีกว่าเก็บแบบ raster เลย
ภาพขนาดปกติ
ขยายให้เห็นแต่ละ pixel
h3. บางที ไฟล์แบบ vector ก็ไม่ vector ซะทีเดียว
หัวข้อนี้อาจจะดูงุนงงนิดหน่อย ความหมายก็คือ ทั่วไปแล้วข้างในไฟล์แบบ vector นั้น มักจะยอมให้เราใส่ข้อมูลภาพแบบ raster ไว้ได้ด้วย อย่างเช่นไฟล์ EPS หรือ PDF ก็สามารถใส่ภาพปลาทองข้างบนได้ไม่มีปัญหา
แต่ในทางกลับกันไม่เป็นความจริง คือไฟล์ภาพแบบ raster จะเก็บข้อมูลแบบเป็น pixel เท่านั้น เวลาเรา save ไฟล์ แบบ vector ให้เป็น raster โปรแกรมที่ใช้จะถามว่าจะให้ save ด้วยความละเอียดเท่าไหร่ จากนั้นก็จะทำการ rasterize (แบ่งตาราง กำหนดสีแต่ละช่อง) ให้เป็นข้อมูลแบบ raster ก่อนจะ save
แปลง vector เป็น raster ทำได้ ทางกลับกัน วุ่นวายมาก
h2. ชนิดของไฟล์ ขึ้นกับชนิดของ LaTeX
คำถามที่สำคัญก็คือ แล้วไฟล์ชนิดไหนบ้างล่ะ ที่ใช้กับ LaTeX ได้?
คำถามนี้ ตอบสั้นๆ ไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว LaTeX นั้นมีหลายแบบ หลายยี่ห้อ และแต่ละระบบก็ยอมรับไฟล์รูปภาพต่างกัน แต่ในระบบที่เป็น free software นั้นก็จะคล้ายๆ กันหมด ในระบบพวกกนี้ (MikTeX, tetex, etc.) ชนิดของไฟล์ที่ใช้ได้จะขึ้นอยู่กับ flow (เส้นทาง) ของการ run โปรแกรม

ยกภาพนี้มาใช้อธิบายอีกครั้งนึง
เส้นทางที่ 1 นั้นเป็นเส้นทางดั้งเดิม และรับได้เฉพาะไฟล์รูปภาพ ที่เป็น EPS เท่านั้น (EPS เป็นไฟล์แบบ vector แต่ก็มีมีข้อมูลแบบ raster อยู่ด้วยได้)
เส้นทางที่ 2 ไม่ชำนาญ
เส้นทางที่ 3 ได้ไฟล์ PDF ในขั้นตอนเดียว จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นพักหลังๆ นี้ และเจ้า pdfTeX นี่ก็รับไฟล์ได้หลายแบบกว่าด้วย คือ
* PDF สามารถมีได้ทั้งข้อมูลแบบ raster และ vector
* JPG เป็นไฟล์ raster เหมาะสำหรับภาพถ่าย
* PNG เป็นไฟล์ raster เหมาะสำหรับรูปทรงเรขาคณิต หรือ screen dump (ภาพที่ได้จากการกด print screen)
การเลือกใช้ก็ขึ้นกับชนิดของภาพ






